SWAT CAT ชวนผมกลับบ้าน

posted on 12 Oct 2009 18:59 by kamomebookshop

เหตุผลที่ผมลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ กลับบ้านมามาเปิดร้านที่โคราชก็เป็นเพราะเหนื่อยหน่ายในงานเดิมที่ทำอยู่

รวมทั้งอึดอัดกับการใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ และเหตุผลสุดท้ายคือผมเป็นแฟนสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมา หรือ Korat Swat Cat นี่แหละครับ


หากวันนี้ไม่มี Korat Swat Cat ผมอาจจะหนีโคราชไปไกลกว่าเดิมก็เป็นได้ สมัยที่ผมเรียนมัธยมปลาย ผมรู้สึกว่าโคราชช่างแห้งแล้งเหลือเกิน แห้งแล้งที่ว่านี้คือแห้งแล้งในเชิงศิลปวัฒนธรรม เหมือนที่ อ.ทวี รัชนีกร เคยกล่าวไว้ใน Moremove ฉบับ 20 เดือนกรกฎาคม 2552 ว่า “เมืองไทยนี่ สุนทรียภาพทางศิลปะมันถูกทำลายจนเราบอดสนิท ดูอะไรสวยงามไม่เป็นกันแล้ว ดูอะไรที่เป็นศิลปะไม่ได้ อย่างโคราชบ้านเรา ทั้งเมืองเราทำลายหมด” ความคิดตอนนั้นคือ ทำไมโคราชไม่มี แกลเลอรี่ให้ไปเดินเล่น โรงหนังก็ฉายหนังไม่หลากหลาย ร้านหนังสือก็บรรยากาศอึมครึม หาหนังสือที่อยากอ่านก็ไม่ค่อยมี แถมสโมสรฟุตบอลนครราชสีมา ในยุคนั้นก็ไร้ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง เตะกันไปอย่างไร้อนาคต ความผูกพันกับแฟนบอลไม่มีเลย แต่ผมก็ยังมาดูแทบทุกนัด

ตอนนั้นอยากจะเรียนให้จบ แล้วไปอยู่ในเมืองไหนสักแห่งที่ทำให้เราสบายใจ

เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยจนจบเข้าทำงาน นำพาให้ผมได้เดินทางไปในที่ต่างๆ จึงได้เห็นเมืองไทยแบบกว้างขึ้น หลากหลายขึ้น


ดั่งความคิดของหนุ่มสาวเจเนอเรชั่น Y ที่อยากมีธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง เมืองฮิพๆ ในภาคเหนือ ชายหาดสวยๆ ในภาคใต้ ก็คือเป้าหมายของความฝันของใครหลายคน ผมเองก็เคยมีความคิดเช่นนั้นในช่วงเวลาที่เชียงใหม่และปาย ยังไม่บูม ไม่แออัด จนยัดเยียดเฉกเช่นทุกวันนี้  


ผ่านพ้น ช่วงเวลาแห่งความอยาก ก็ต้องอยู่กับความจริง และก้มหน้าก้มตาอดทนทู่ซี้ทำงานไปวันๆ อยู่ในมหานครต่อไป

จนเมื่อปีที่แล้ว ผมได้รู้ว่าสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมา เขามีแฟนคลับแล้วนะโว้ย ไม่เหมือนตอนเรียนมัธยมแล้ว แถมยังมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าเดิมอีก ความแสดของสตริงเรย์บ้านเกิดเข้ามาแทรกแทรงความแดงของลิเวอร์พูลบ้านฝรั่ง
 ปีที่แล้ว การพัฒนาของทีมดีขึ้นเรื่อยๆ จากการร่วมมือร่วมใจของแฟนคลับและผู้บริหารสโมสร ทำให้ย้ายจากสนามกีฬากลางฯ อันคับแคบ มาที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ อันโอ่อ่า เล่นเอาจนทีมในระดับไทย พรีเมียร์ลีกต้องอิจฉา จากแรกๆ ที่มีผู้ชมเพียงหย่อมเดียว มองดูช่างโหรงเหรง จากนั้นก็เพิ่มมาเป็นหลักพันในเวลาไม่กี่นัด และเพิ่มเป็นหลายพันในเวลาไม่กี่นาน แล้วความคิดก็ผุดเข้ามาในหัว...


โคราชยังโตได้อีกเยอะ 

สนามจุได้ 20,000 คน สถิติผู้ชมสูงสุดที่ทำไว้ตอนนี้ก็ประมาณ 10,000 คน ปากต่อปาก เพื่อนชวนเพื่อน อีกไม่นานล้นสนาม ยิ่งถ้าเล่นฟุตบอลระดับสูง ฝีเท้าจัดจ้าน ใครๆ ก็อยากมาดู


โคราชยังโตได้อีกเยอะ
และแล้วแฟนคลับคนหนึ่งที่อยู่กับที่ไม่ค่อยจะเป็น ก็คิดอยากกลับมาอยู่นครราชสีมา

โคราชจะฮิพอย่างเค้าบ้างไม่ได้เลยเหรอ แล้วถ้าคนโคราชไม่ทำให้บ้านตัวเองน่าสนใจ คนที่ไหนจะมาสนเรา เคยบ่นไม่ใช่เหรอว่า ร้านกาแฟอร่อยๆ บรรยากาศน่านั่งในโคราชยังมีน้อย ร้านหนังสือก็ช่างอึมครึม แถมหาหนังสือที่อยากอ่านก็ไม่ค่อยจะมี ทำไมไม่มาทำเองเสียเลยล่ะ เอาสองอย่างมารวมกัน เฉกเช่นที่หลายเมืองฮิพๆ ยังมีร้านแนวนี้ได้ อีกทั้งตัวเองได้อยู่บ้าน ได้ดูบอล (แต่ความเป็นจริงแล้วตั้งแต่เปิดร้านมา แทบไม่ได้ไปดูที่สนามเลย) ได้ใช้ชีวิตให้เนิบช้าลงแบบที่เราอยากใช้ ได้เลือกทานอาหารที่ดี แถมยังหายใจได้คล่องขึ้น 
 
แต่ผมเคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่ง คุณปกรณ์ พงศ์วราภา แห่ง GM กล่าวเอาไว้ประมาณว่า “ประเทศญี่ปุ่นการอ่านของเขาโตไปถึง 90% ไม่โตไปกว่านี้แล้ว คนของเขาอ่านหนังสือเกือบหมด แต่ของเรายังอยู่แค่ประมาณ 10% เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นยังโตได้อีก 90%” ช่างเป็นคำพูดที่ชวนฝัน 

นั่นสินะ... ถ้าหนังสือเป็นสินค้าขายดี คนคงแห่กันเปิดร้านอยู่ทุกมุมถนนแล้วล่ะ

แต่ก็นั่นสินะ(อีกสักรอบ) ถ้าไม่มีร้านหนังสือที่ดี แล้วหนังสือมันจะขายดีได้ไงวะ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ คนยังเยอะขึ้นได้เรื่อยๆ ถ้าสโมสรทำดี ใครๆ ก็อยากมาดู ถ้าคนโคราชไม่เชียร์โคราช จะให้คนที่ไหนมาเชียร์เรา

ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ถ้าคนโคราชไม่มาปิดร้านหนังสือให้คนโคราชได้อ่านหนังสือดีๆ ชาวตาฮิติที่ไหนเขาจะมาเปิด

ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร Moremove ฉบับที่ 23 เดือนตุลาคม 2552
 

Comment

Comment:

Tweet

โคราชโตได้อีก

แต่หวังว่าคงจะไม่โตจนใหญ่เท่ากับเมืองที่หนีมานะ

เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ก็คงต้องหนีต่อ

embarrassed ???

#1 By Tai (58.9.65.108) on 2009-10-18 07:51