ผมเกลียดมุราคามิ

posted on 27 Oct 2009 18:43 by kamomebookshop

ถ้าคุณจะร่ายเรียงอักษรแบบนี้นะ สู้คุณเอามีดมากรีดทิ่มแทงกลางใจผมเลยไม่ดีกว่าหรือ

หลังจากอ่านรวมเรื่องสั้น คำสาบร้านเบเกอรี่ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่ไปได้สามเรื่อง คือ คำสาปร้านเบเกอรี่, ช้างหาย และ พี่ชาย น้องสาว ก็จี๊ดอีกแล้วครับ อารมณ์จะเหมือนคนเพิ่งหายไข้ ตื่นขึ้นยามเช้าพร้อมอาการสะลึมสะลือจากยาแก้ไข้ไปสองเม็ด งุนงงกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นยอดแย่ ใครเข้ามาสั่งเครื่องดื่มที่ร้านผมวันนี้ก็คงจะเจอเจ้าของร้านท่าทางทิงนองนอย

แต่ก็ขอบคุณ มุราคามิ นะครับที่ทำให้รู้ว่า ผมไม่ได้มีชีวิตที่เว้าแหว่งตามลำพัง

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งได้เล่มนี้มาเมื่อเดือนก่อน

อ่านจบไปแล้วสองเรื่อง

เกลียดเข้าใส้เลยครับ

big smile
big smile

เกลียดเหมอืนกันเลย 555

ต้องหา "คำสาปร้านเบเกอรี่" มาอ่านบ้างละ

#5 By poladiary (124.102.16.1) on 2010-01-14 16:41

สำนวนการเขียนยิ่งก๊อปปี้กันง่่ายค่ะ
ยิ่งถ้าลอกสำนวนเขียนคุณมุราคามินี่อ่านปุ๊บรู้ปั๊บ เฮ้อ เซ็ง ส่วนเรื่องไหนบ้างนี่ไม่ได้จำ ไม่คิดจะจำและไม่คิดจะสนับสนุน

#4 By อีฟ on 2009-10-28 09:13

ฮ่าๆ sad smile
กำลังจะซื้อมาอ่าน
อยากรู้ว่าอ่านจบแล้วจะอารมณ์ประมาณนี้ไหม

#3 By VanillaRain* on 2009-10-27 19:37

มีคนที่สามารถลอกเลียนสไตล์ของมุราคามิได้ด้วยหรือครับ ลองแนะนำให้อ่านสักเล่มสองเล่มจะได้ไหม

อย่างเพลงนี่ยังพอก๊อปปี้กันได้ แต่สำนวนการเขียนนี่...

ปล.แต่ก็ไม่ชอบเหมือนกันนะ เวลามีคนมาอวยกันว่า นักเขียนคนโน้นคนนี้ เป็น มุราคามิเมืองไทย มุราคามิก็คือมุราคามิ นักเขียนไทยที่ถูกอวยก็คือตัวเขาเอง

#2 By modernpostman on 2009-10-27 19:28

ดิฉันก็เกลียดมุราคามิค่า เพราะมีเอกลักษณ์มาก เห็นใครลอกเลียนสไตล์เขียนของมุราคามิแล้วจี๊ดใจทุกที

เพราะมุราคาิมิเชียว ดิฉันเลยต้องจี๊ดๆ ในใจบ่อยๆ เวลาอ่านฟิคชั่นแล้วเจอคนลอกสไตล์เขาน่ะ เป็นเดือดเป็นร้อนแทน 555+

#1 By อีฟ on 2009-10-27 19:00